"เสนอมา
แต่อย่าชี้แนะ” คำเด็ดรุกเผาไพ่ใบสุดท้าย สู่จุดจบของฝ่ายพาล (ภาคสมบูรณ์)
หนึ่งประโยค
แต่พลิกทุกประโยค ทำให้วันนี้กลายเป็นประเด็นร้อนให้สื่อได้มีอะไรวิเคราะห์กัน
เมื่อประเด็นของรถหรูโบราณเริ่มจุดไม่ติด นี้คือประเด็นใหม่ที่ถือว่าเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่เหล่ากลุ่มคนตัว
พ.วางแผนกันมาถึงทางตัน เพราะเจอคำโต้กลับอย่างทันควัน เผาเอาจนไหม้เลยทีเดียว
กับคำพูดการโต้กลับของท่านวิษณุ เครืองาม มือกฎหมายของบิ๊กตู่
กรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล้าบิดเบือนคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมติ มส.
ทำเอาผู้ตรวจการแผ่นดินชะงักงัน แบบว่าเก้าอี้ร้อนเลยล่ะกันครับ
เรื่องก็เกิดมาจากคนตัว พ.ไพบูลย์เป็นคนยื่นเรื่องนี้ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดคำวินิจฉัย
เกี่ยวกับ มติ มส. ในการเสนอนาม สมเด็จวัดปากน้ำ ขึ้นทูลเกล้า ฯ
เป็นพระสังฆราชในลักษณะว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ตรวจการก็รับลูกเอาเฉย ๆ
ทั้งที่ไม่ได้อยู่ขอบเขตหน้าที่ของตนเลย เพราะการที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน
จะตรวจสอบเรื่องใดได้นั้น ต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมของหน่วยราชการหรือผู้มีคำสั่งใด
ที่มีผู้อ้างว่าคำสั่งใด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีผู้ร้องเรียน และผู้ร้องเรียนนั้นต้อง
"เป็นผู้เสียหาย เพราะคำสั่งนั้น ๆ " นี่คือเหตุผลแรก
ซึ่งคุณไพบูลย์ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายแน่นอน
เพราะไม่เคยรักในพระพุทธศาสนาแต่คอยมุ่งโจมตีพระให้เสื่อมเสียแต่กลับร้อนตัวร้องแทนใครก็ไม่รู้
และอีกอย่างกระบวนการนี้ เป็นกระบวนการขั้นตอน เพื่อเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชในการประชุมของมหาเถรสมาคม
เพื่อลงมติ จึงไม่ใช่ "คำสั่ง" หรือการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายแต่อย่างใดดังนั้น ข้อนี้ จึงไม่อยู่ในข้อ
"รับวินิจฉัยของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน
แปลว่าผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังทำผิดหน้าที่อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งการผลการวินิจฉัยที่ออกมาทำเหมือนตนไม่มีความรู้ด้านกฎหมายขนาดเด็กชั้นประถม
มัธยม อ่านมาตรา 7 แล้วยังชัดและเข้าใจเลย แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ลองมาทบทวนอีกครั้ง
มาตรา 7
"ให้นายกรัฐมนตรี โดยการเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ ขึ้นทูลเกล้า ฯ
เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช...."
ผมว่าคนไทยทั่วโลกอ่านแล้วเข้าใจ
แต่ทำไมพอท่านผู้ตรวจการแผ่นดินอ่านแล้วงงและสับสน
ไปพิจารณาว่าต้องให้นายกเป็นคนเสนอชื่อให้ พศ.
มีใครที่ไหนครับจะให้ฆราวาสมาตั้งสังฆราช พระสงฆ์ในธรรมวินัยเองเท่านั้นครับ
ต้องลงมติเลือกสงฆ์องค์ใดขึ้นเป็นผู้ปกครองเอง
ถ้าอย่างนั้นพระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์
ทรงต้องใช้พระราชวินิจฉัยอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วนสถาปนาสังฆราชโดยพระองค์เองแล้ว
แต่นี้เป็นเพราะพระองค์ทรงเคารพในการตัดสินของมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรที่สูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
และที่กล่าวมาข้างต้นนี้เมื่อเทียบเคียงกับศาสนาอื่น เช่น ศาสนาอิสลาม ขั้นตอน
กระบวนการก็เป็นลักษณะเดียวกันกับพุทธศาสนา
ซึ่งระบุชัดในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ หมวด ๑ มาตรา ๖
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจุฬาราชมนตรีคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้นำกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทยให้นายกรัฐมนตรีนำชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ
เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นจุฬาราชมนตรี
ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นการสนับสนุนคำกล่าวที่ท่านวิษณุ เครืองาม อย่างแท้จริง
การออกมาโต้คำชี้แนะของผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเป็นการถูกต้องและปฏิบัติตามจารีตประเพณีอันดีงามที่สังฆมณฑลและพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ได้ปฏิบัติสืบต่อมาอย่างยาวนาน
และนี้จึงเป็นเหตุทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินกันยกใหญ่
ถึงการปฏิบัติหน้าที่ยังมิชอบ ล่วงล้ำข่ายการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานอื่น
ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงานของรัฐที่ต้องมุ่งรักษาความยุติธรรมและจึงไม่แปลกใจที่ประชาชนเริ่มสับสนการทำงานของหน่วยงานนี้จริง
ๆ ว่าทำอะไร และมีความจำเป็นหรือไม่ ที่ต้องมีหน่วยงานนี้อยู่ แล้วใครคือผู้ตัดสิน
แต่สุดท้ายใครจะว่าอย่างไร จะไปฟังน้ำหนักในส่วนไหน แต่อย่างไร
เราขอสนับสนุนการตัดสินใจจากคนดีอย่างคุณ
ขอบคุณข้อมูลจากพระเดชพระคุณพระโสภณพุทธิวิเทศ
(ท่านเจ้าคุณเบอร์ลิน)
ถิ่นธรรม
ถิ่นไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น